• Home
  • พัฒนาประสิทธิภาพของซัพพลายเชน

ประสิทธิภาพของซัพพลายเชน

เพิ่มประสิทธิภาพของซัพพลายเชนด้วยการจัดการด้านระบบอุปกรณ์หมุนเวียนของเชพ
โมเดลการหมุนเวียนอุปกรณ์ของเชพนั้น ช่วยให้บริษัทต่างๆ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพซัพพลายเชน ได้โดยการรับประกันว่า

ลูกค้าสามารถ:
• เข้าถึงบริการที่เหนือระดับ
เชพให้บริการลูกค้าผ่านจุดบริการกว่า 500,000 จุดทั่วโลกทุกวันด้วยสินค้าและเทคโนโลยีที่เหนือกว่า พาเลทและกล่องพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ทนทานและสร้างสรรค์ช่วยลดความเสียหายต่อผลิตภัณฑ์ได้ นอกจากนี้ เชพ ยังให้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงินของลูกค้า เชพ เข้าใจดีว่าซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพนั้นเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน

• ได้สินค้าที่มีคุณภาพสูงและทนทาน
อุปกรณ์ทุกชนิดของเชพนั้นได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อการใช้งานผิดประเภทในซัพพลายเชนทั่วโลก นอกจากนี้ ทีมศูนย์วิศวกรรมและนวัตกรรมของเชพ ยังคงทำงานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และข้อเสนอใหม่ๆ เพื่อสิ่งที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

• ลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์
การขนส่งไม่ได้จำกัดความอยู่ที่การขนส่งสินค้าไปยังจุดหมายปลายทางเท่านั้น แต่ยังควรให้การป้องกันสินค้าอย่างเต็มที่ด้วย พาเลท, กล่องพลาสติก (RPCs) และคอนเทนเนอร์ที่มีความทนทานของเชพนั้นจะช่วยลดความเสียหายที่เกิดกับสินค้า ส่งผลให้มีของเสียน้อยลง และเพิ่มความคุ้มค่าในระบบซัพพลายเชนให้สูงขึ้น

• เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการมากขึ้น
ความล่าช้าของระบบซัพพลายเชน นับเป็นต้นทุนที่เสียไปของธุรกิจ เวลาที่เสียไปกับการคัดแยกและตรวจสอบพาเลทที่ซื้อใช้เป็นของตนเอง (white wood) หรือการเปลี่ยนพาเลท การจัดการความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการขนส่งที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือความกังวลว่าพาเลท ชุดต่อไปของคุณจะมาส่งเมื่อไรนั้น ทำให้ธุรกิจของคุณต้องเสียเวลา แทนที่จะเอาเวลาไปเน้นความสามารถในการแข่งขันที่สำคัญๆเชพ ผู้ให้บริการเช่าอุปกรณ์หมุนเวียนเหล่านี้ จึงช่วยขจัดความไม่สะดวกในการบริหารจัดการพาเลท และกล่องพลาสติกให้คุณทำให้คุณสามารถจัดการซัพพลายเชน ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

• ลดรายจ่ายด้านทุนของซัพพลายเชน
ลูกค้าจะประหยัดทั้งเวลาและเงินทุนด้วยการใช้อุปกรณ์ระบบการหมุนเวียนของ เชพ พวกเขาต้องการพนักงานในการจัดการโครงการที่เกี่ยวข้องกับพาเลทและคอนเทนเนอร์ต่างๆ น้อยลง และพวกเขาจะมีรายจ่ายด้านต้นทุนน้อยลงเพราะไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพื่อทดแทนอุปกรณ์ที่ใช้ขนส่งไปแล้ว พวกเขาจะมีสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยมากขึ้นเพราะพาเลทของเชพ นั้นมีคุณภาพและทนทานมากกว่า ดังนั้น พวกเขาจึงสามารถเน้นไปที่ธุรกิจ โดยไม่ต้องมัวพะวงกับพาเลทและคอนเทนเนอร์

• ใช้เครือข่ายสำนักงานและศูนย์ซ่อมบำรุงทั่วโลก
เครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วโลกของเชพนี้ไม่มีใครเทียบได้ โดยเชพ ให้บริการลูกค้าผ่านจุดบริการกว่า 500,000 จุดในกว่า 50 ประเทศทั่วโลกจากเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 744 แห่ง โดยเชพแบ่งปันและถ่ายทอดการเรียนรู้ข้ามภูมิภาคเพื่อส่งเสริมในการให้บริการที่ดีเลิศสำหรับลูกค้าทุกคนเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก

• ประโยชน์ที่ได้จากประสบการณ์กว่า 50 ปี
เชพ ได้ดำเนินงานระบบหมุนเวียนพาเลทและคอนเทนเนอร์มาเป็นเวลากว่า 50 ปี ธุรกิจของเราได้เติบโตจากหนึ่งประเทศในปี 2501 (1958) จนกระทั่งขยายสู่มากกว่า 50 ประเทศ ทุกวันนี้พนักงานของเชพทำงานด้วยความรักและความทุ่มเท คนเหล่านี้มีความภูมิใจในผลงานที่ดีที่พวกเขามอบให้แก่อุตสาหกรรมและธุรกิจโดยรวม

• ใช้ประโยชน์จากการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
เชพ มีศูนย์นวัตกรรมชั้นแนวหน้าที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อทดสอบและตรวจสอบรับรองผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการตั้งค่าการรองรับน้ำหนัก (unit load) ศูนย์ดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกสามารถแก้ปัญหาด้านซัพพลายเชน และช่วยเพิ่มผลิตผลได้

• ใช้ประโยชน์จากระบบเดียวสำหรับสินค้าและบริการหลากหลาย
เชพ เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม – ทั้งในด้านสินค้าและบริการของเชพ ด้วยโครงสร้างเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนทำให้เราสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของพาเลท และคอนเทนเนอร์กว่า 285 ล้านชิ้นได้ทุกวัน เทคโนโลยีนี้ยังทำให้ลูกค้าทำงานได้ง่ายขึ้น เชพ จัดหาเครื่องมือให้ลูกค้าสามารถเรียกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในบัญชี สั่งซื้อของพาเลทและคอนเทนเนอร์ และเข้าถึงใบแจ้งหนี้ (invoice) ได้ เทคโนโลยีได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งเชพและลูกค้าของเชพ สามารถดำเนินธุรกิจในลักษณะที่รวดเร็วและโปร่งใสตรงไปตรงมา

• ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม (Environmentally Sustainable Products)
การหมุนเวียน หรือการรวมและแบ่งปันสินทรัพย์เพื่อการทำงานของส่วนรวมนั้น โดยคำจำกัดความแล้ว เป็นกรอบแนวคิดที่มุ่งสู่ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เชพได้เริ่มทำระบบหมุนเวียนพาเลทและคอนเทนเนอร์มาตั้งแต่ปี 2501 (ค.ศ. 1958) พาเลทไม้ของเชพ ทำมาจากไม้ที่ปลูกจากป่าทดแทนเพื่อใช้ในการผลิตพาเลทเท่านั้น ซึ่งไม้ที่ปลูกเป็นแหล่งไม้ที่ยั่งยืน อันเป็นการแสดงความรับผิดชอบของเชพต่อสิ่งแวดล้อม โมเดลการใช้อุปกรณ์หมุนเวียนนี้สนับสนุนให้มีการซ่อมแซมและนำพาเลทหรือส่วนประกอบที่แตกหักเสียหาย กลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล แทนที่จะถูกส่งไปทิ้ง จะเห็นได้ว่า เชพ พยายามทุกวิถีทางเพื่อดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Sitemap | Privacy, Terms & Cookie Policies | Provide Web Feedback | Copyright 2015